[Trans] Tomorrow 000777 Days: JJ personal interview
posted on 06 Jul 2009 17:26 by porlor-gangz in TranslationsTrans: Tomorrow 000777 Days: Jaejoong's Personal Interview
Source: Tomorrow 000777 Days ll Sparkskey
Thai Trans by Rain @ Porlor-Gangz
--- การสัมภาษณ์ในวันนี้จะเกี่ยวข้องกับวัยเด็กของคุณ คุณโอเคหรือเปล่า?
JJ: อ๋อ ไม่มีปัญหาครับ **ดูเขินมากด้วยเหตุผลอะไรซักอย่าง** เอ่อ...ผมประหม่าจังเลย คงเพราะการสัมภาษณ์ครั้งนี้มันแตกต่างจากปกตินะ
--- ฮ่าฮ่า ทำไมล่ะ?
JJ: ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน **หัวเราะ** แต่มันเขินๆอย่างบอกไม่ถูก **เอามือซ้ายปิดปากไว้ตลอด** อา...รอซักครู่นะครับ ขอผมสงบจิตสงบใจหน่อย **หัวเราะ**
--- ฮ่าฮ่า ดูเหมือนนี่ก็เป็นตัวตนของแจจุงในอีกรูปแบบหนึ่งสินะ ความประทับใจแรกเริ่มที่ฉันมีต่อคุณ คือท่าทางเปิดเผย ตรงไปตรงมา แต่ทั้งๆที่เคยคิดว่าคุณจะค่อนข้างเย็นชา...เอาเข้าจริงคุณกลับขี้อายที่สุดในบรรดาเมมเบอร์ทั้งหมดเลย
JJ: ฮ่าฮ่า ใช่แล้วครับ ผมเป็นพวกเขินง่าย...ปกติแล้วถ้าเป็นสัมภาษณ์แบบกลุ่มจะไม่เขินหรอก แต่พออยู่คนเดียวมันก็อด...อา อายจังแฮะ **หัวเราะ**
--- เข้าใจล่ะ **หัวเราะ** เอาเป็นว่าวันนี้ก็พยายามหน่อยนะ **หัวเราะ** ได้ยินว่าคุณมีพี่สาวตั้ง 8 คน?
JJ: ครับ ผมเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวเลย แต่ทั้งๆอย่างนั้น ผมกลับเป็นคนอ่อนแอที่สุดด้วย มักจะถูกพวกพี่สาวใช้งานตลอด **หัวเราะ** น่าสงสารเนอะ...
--- ฮ่าฮ่า แต่ยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็คงรักคุณมากใช่มั้ยล่ะ? ในฐานะที่เป็นลูกชายคนแรก
JJ: ครับ พ่อแม่ของผมก็เหมือนกับครอบครัวอื่นๆ คือพวกท่านอยากได้ลูกชายมาตลอด ทุกครั้งที่แม่ตั้งท้อง แม่มักจะพูดเสมอว่า “คราวนี้แหละ ต้องเป็นผู้ชายแน่!” แต่การได้ลูกสาวก็ไม่ได้ทำให้ความสุขในครอบครัวเราลดลงนะครับ เพียงแต่พ่อเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล ท่านจึงอยากได้ลูกชายมาสืบสกุล คิม มากก็เท่านั้นเอง
--- เพราะความปรารถนาอันแรงกล้านี่หรือเปล่านะที่นำคุณมาสู่โลกใบนี้
JJ: พอคิดแบบนั้นทีไรผมก็รู้สึกอบอุ่นใจครับ พ่อแม่เคยเล่าเรื่องตอนผมเกิดให้ฟังว่า...เมื่อผมเกิดมา พวกท่านดีใจมากจนตะโกนดังลั่นไปหมดเลย พอคิดว่าพวกท่านต้องรอมานานขนาดไหนกว่าจะได้เจอผม...ผมก็รู้สึกมีความสุขที่ได้เกิดมาเป็น “คิมแจจุง” และรู้สึกขอบคุณในทุกสิ่งที่พ่อแม่ทำให้มาตลอดด้วย
--- งั้นแจจุงก็นำความสุขมาสู่ผู้คนตั้งแต่วินาทีที่เกิดมาเลยล่ะสิ?
JJ: ส่วนตัวแล้ว ผมดีใจนะที่เป็นอย่างนั้น ^^ พี่สาวคนโตของผม ตอนนี้อายุเข้าเลข 4 แล้ว...พี่สาวคนอื่นๆก็จะอายุไล่เลี่ยกันลงมา ห่างกันคนละประมาณ 2 ปี โดยมีผมเป็นคนสุดท้อง พ่ออายุ 61 ส่วนแม่ก็ 60 ซึ่งนั่นเท่ากับว่า ท่านเริ่มตั้งท้องตั้งแต่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมเลย...ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า ท่านคงต้องผ่านอะไรๆมามาก และท่านก็เคยพูดเองว่า การมีลูกหลายคนมันลำบากไม่น้อย ทุกครั้งที่ฟังเรื่องราวสมัยก่อน ที่แม่เลี้ยงดูเราไปพร้อมๆกับอุ้มท้องพวกเราอีกคนไป...ผมจะรู้สึกขอบคุณเหลือเกิน...สำหรับสิ่งที่ท่านทุ่มเทเพื่อเรา ด้วยเหตุนี้ผมจึงสัญญากับตัวเองว่า จะใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด
--- การที่คุณพ่อคุณแม่ของคุณอายุมากกว่าคุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนๆค่อนข้างเยอะ ทำให้คุณรู้สึกแปลกๆบ้างหรือเปล่า?
JJ: อา...ก็มีบ้างครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ผมโตมาในครอบครัวใหญ่ ทั้งพ่อและแม่ต่างต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูพวกเรา นั่นทำให้ผมรู้สึกอ้างว้าง เพราะพวกท่านแทบจะไม่มีเวลาให้เราเลย...แต่มองอีกมุมหนึ่ง ชีวิตแบบนี้ก็เป็นอิสระกว่าเด็กทั่วไป พี่สาวคนโตจนถึงคนที่ 5 ของผมค่อยๆแต่งงานแยกครอบครัวไป บ้างก็เข้ามหาวิทยาลัย ผมจึงโตมากับพี่สาวคนที่เหลือ ส่วนตอนนี้...แม้พ่อแม่จะมีเวลา และอยากใช้มันร่วมกับผมให้มากๆ แต่ผมก็งานยุ่งซะจนไม่อาจทำอย่างนั้นได้...แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้นะครับ ว่าพวกท่านรักผมแค่ไหน แถมยังคอยสนับสนุนสิ่งที่ผมทำมาโดยตลอดด้วย ตอนอยู่ป.6 พ่อเคยพูดกับผมว่า “ทันทีที่ลูกแน่ใจว่าอยากทำอะไร และมีความมั่นใจที่จะทำเมื่อไหร่...ก็ขอให้ไปตามฝันของตัวเอง” เพราะคำพูดนั่น ผมจึงเริ่มต้นทำงานเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ เพราะอยากเพิ่มประสบการณ์ให้ชีวิต อันที่จริง ผมทำงานพาร์ทไทม์มาหลายอย่างมากเลยครับ
--- เก่งจังเลย แจจุงน่ะดูเข้มแข็งอยู่เสมอ ฉันจึงคิดมาตลอดว่าคุณคงเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนั้นแหละ งั้นต่อไปขอถามเรื่องรักครั้งแรกนะ?
JJ: เธอเป็นเด็กผู้หญิงในห้องกุหลาบ สมัยผมอยู่เตรียมอนุบาลโน่นแน่ะครับ เธอทั้งไร้เดียงสาและน่ารัก แต่ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักทั้งความรัก หรือการสารภาพรักเลย...จำได้เพียงว่า หัวใจจะเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นเธอ **หัวเราะ** แต่แล้วเราก็เข้าเรียนชั้นประถมคนละที่ ความรักครั้งแรกของผมจึงจบลงแค่นั้นเอง เศร้าเนอะ **หัวเราะ**
--- รักครั้งแรกก็แบบนี้แหละ **หัวเราะ** แล้วความฝันในวัยเด็กของคุณล่ะ?
JJ: ผมอยากเป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เกต ตอนเด็กๆผมก็แค่คิดว่า จะได้กินขนมได้มากเท่าที่ต้องการเท่านั้นเองครับ **หัวเราะ**
--- เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยนะ **หัวเราะ** แจจุง...คุณเป็นคนวาดรูปสวยทีเดียว เคยคิดจะเป็นจิตรกร หรือนักเขียนการ์ตูนบ้างมั้ย?
JJ: ถึงผมจะชอบวาดรูปมาก แต่ผมก็ไม่เคยฝันถึงเรื่องนี้เลยครับ อ้อ! อีกอย่าง...ถึงผมจะตีแบดเก่งมาก ผมก็ไม่เคยคิดอยากเป็นนักแบดมินตันมืออาชีพเลยเหมือนกัน
--- คุณเริ่มสนใจดนตรีตั้งแต่เมื่อไหร่?
JJ: ตอนผมอยู่ม.2 ครับ ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยสนใจอะไรจริงจังเลย แถมเสียงผมก็กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงด้วย ผมจึงไม่ชอบร้องเพลงเท่าไหร่ แต่อยู่มาวันหนึ่ง ผมได้ดู H.O.T ทางทีวี ทำให้ผมเกิดอยากร้องเพลงขึ้นมาบ้าง แล้วผมก็มาออดิชั่นที่ SM ตอนม.3 แต่ว่าไม่ผ่านนะ เพราะโชคไม่ดี ผมตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนตัวเองใหม่เพราะรับไม่ได้ที่โดนปฏิเสธ จนในที่สุด ผมก็ผ่านการออดิชั่นได้สำเร็จตอนเข้าม.ปลาย นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางมายังโซลด้วยตัวคนเดียวครับ
--- ตอนนั้นคุณอายุ 15 ใช่มั้ย?
JJ: บ้านเกิดของผม...ถ้าเทียบกับญี่ปุ่นแล้ว ก็ประมาณนาโกย่าน่ะครับ ผมอยากเข้าไปฝึกเป็นศิลปินจริงๆ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากย้ายที่อยู่ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ตามลำพัง ตอนนั้นผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้เป็นศิลปินจริงหรือเปล่า แถมยังมีปัญหาเรื่องเงินอีก ทั้งความไม่ปลอดภัย...ทั้งความสงสัยข้องใจ มันประดังประเดเข้ามาหมด แต่ผมก็ไม่อยากยอมแพ้ทั้งๆที่ยังไม่ทันเริ่มต้น ผมจึงมุ่งมั่นทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาเงินมาใช้จ่าย พร้อมกับฝึกร้องและเต้นไปด้วย จะมัวหวังพึ่งทางบ้านไม่ได้หรอกครับ เพราะครอบครัวเราใหญ่และมีภาระมากอยู่แล้ว มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมไปซ้อมไม่ได้นานเกือบปีครึ่ง เพราะผมต้องทำงานหาเงิน มาลองคิดดูแล้ว...ช่วงเวลานั้นน่ะ เป็นเหมือนจุดพลิกผันในชีวิตผมเลย ถึงจะลำบาก แต่ผมไม่เคยคิดเดินถอยหลัง และในวันนี้เมื่อได้มาเป็น TVXQ แล้ว...มันทำให้ผมยิ่งมีความสุขเพราะได้ก้าวผ่านเรื่องราวต่างๆทั้งหมดนั่นมาจนได้
--- แจจุง...ในบ้าน คุณคือน้องเล็กคนสุดท้องก็จริง แต่ในวง คุณคือสมาชิกที่อายุมากที่สุดเท่ากับยุนโฮ เรื่องนี้ทำให้คุณเปลี่ยนแปลงบ้างมั้ย?
JJ: ผมคิดว่าเปลี่ยนนะครับ หลังจากที่ฝ่าฟันสิ่งต่างๆมากมายมาด้วยกัน...ทุกวันนี้ผมปฏิบัติกับเมมเบอร์ทุกคนเหมือนสมาชิกในครอบครัวเลย อาจเพราะผมเริ่มรู้ซึ้งถึงหน้าที่ของตัวเองในฐานะพี่ชายบ้างแล้วก็เป็นได้ ^^ ช่วงแรกๆที่รวมกลุ่มกัน เราต่างมัวกังวลกับการเดบิวต์ แต่ตอนนี้เรามีความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น...และเพราะมียุนโฮคอยเป็นผู้นำ ผมจึงสามารถดูแลทุกคนอยู่เบื้องหลังอย่างสบายใจได้ ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนผมว่า การให้ความสำคัญกับพวกเขาคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ
--- ฉันเห็นด้วยนะ และเข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนถึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแจจุงน่ะ เป็นคนอ่อนไหว
JJ: แหม...ก็มันเรื่องจริงนี่ครับ **หัวเราะ** โดยรวมแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆง่ายขึ้นหลังจากซิงเกิ้ล [The Way You Are] พวกเราได้ทำกิจกรรมต่างๆมากมาย ได้เดินทาง...แต่แน่นอนล่ะว่า ต้องยกความดีความชอบให้ทีมงาน สต๊าฟ และแฟนๆของเราด้วย ก็พวกเขาเชียร์เราอยู่ตลอดนี่
--- สิ่งที่เป็นกำลังใจให้คุณในยามฝึกซ้อมคืออะไร?
JJ: ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะร้องเพลง และพี่ชาย (แจจุงใช้คำว่า ฮยอง) ซึ่งพยายามอย่างหนักเพื่อเป้าหมายเดียวกันครับ แม้ตอนหลังเขาจะลาออกจากบริษัทไป แต่เขาคือคนที่เข้าใจความรู้สึกของผมดี...เข้าใจความหวาดหวั่น ที่ว่าฝันจะเป็นจริงหรือไม่...นี่คือสิ่งที่เป็นเหมือนพลังคอยผลักดันผม และทำให้ผมรู้สึกอยากสนับสนุนเมมเบอร์คนอื่นๆเช่นกันด้วย ผมอยากเป็นแบบเดียวกับที่ “พี่” เป็นสำหรับผมครับ
--- คุณเคยบอกว่า ถ้าย้อนเวลาได้ คุณอยากกลับไปในช่วงที่กำลังฝึกหัดอีกครั้ง ทำไมถึงอยากกลับไปในช่วงที่ยากลำบากแบบนั้นล่ะ?
JJ: ผมชอบตัวเองในตอนนั้น...ทำงานหนักไม่ลืมหูลืมตา พยายามค้นหาอะไรบางอย่าง...ความปรารถนาที่เคยร้อนแรงของผมมันชักจะอ่อนแรงลงหลังจากได้มาเป็น TVXQ ครับ ไม่ใช่ว่าทุกวันนี้มีอะไรไม่ดีหรอกนะ แต่บางครั้งผมก็นึกอยากให้ความรู้สึกเก่าๆมันหวนคืนมาบ้างเท่านั้นเอง เพราะผมไม่อยากจะพอใจในตัวเองจนเผลอหยุดอยู่กับที่น่ะครับ
--- สิ่งที่ “คิมแจจุง” ปรารถนาจะเป็น ในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งคืออะไร?
JJ: ผมอยากเป็นคิมแจจุงที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้...ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกสุขใจ เศร้าใจ หรืออะไรก็ตาม...ผมอยากมีความสามารถที่จะถ่ายทอดมันให้คนอื่นรับรู้ เพื่อเราจะได้หัวเราะ และร้องไห้ไปด้วยกันไงครับ
--- แล้วในฐานะ Hero สมาชิกวง TVXQ ล่ะ?
JJ: ผมอยากเป็นศิลปินที่ทำงานอย่างมุ่งมั่นเสมอ เช่นเดียวกับเมมเบอร์อีก 4 คนของเรา...ผมเชื่อว่าทุกคนเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะงั้นผมจะพยายามให้มากเป็นสองเท่า เพื่อ TVXQ ครับ จะเติบโต และเข้มแข็งยิ่งๆขึ้นไปพร้อมกับทุกคน...และไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ผมกับเมมเบอร์ทั้ง 4 คนจะร่วมแรงร่วมใจกัน ทำให้ TVXQ ส่องประกายมากกว่านี้
เงือกฟิตมากค่ะ - -" ฟิตจนตัวเองแปลกใจ...บทสัมภาษณ์อันต่อไปจะเป็นของปริ๊นชิม ใครสนใจติดตามได้ เร็วๆนี้นะคะ ^^
ป.ล. เนื่องจากช่วงนี้ เงือกอัพบลอคไวได้อีกกกกก อันก่อนๆหน้านี้กรุณาส่องได้ที่ด้านล่าง หรือด้านขวา! โดยเฉพาะอย่างนิ่ง คำแปลเพลงคู่โซลเมท นำเสนอม้ากกกกกก!! 555
PorLor :> TruE ColorS 





ถึงแจจุงจะปิดเรื่องที่มีแม่คนที่สองก็เถอะ
แต่เห็นได้ชัดเลยว่าแจจุงรักครอบครัวคิมแค่ไหน
ประทับใจกับคำพูดของคุณพ่อมากมาย
นี่เองแรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ของคิมแจจุง
ความไม่ยอมแพ้และฝ่าฟันไปให้ภึงจุดหมายนี่แหละ
ที่เป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากของคิมแจจุง
"JJ: ผมคิดว่าเปลี่ยนนะครับ หลังจากที่ฝ่าฟันสิ่งต่างๆมากมายมาด้วยกัน...ทุกวันนี้ผมปฏิบัติกับเมมเบอร์ทุกคนเหมือนสมาชิกในครอบครัวเลย อาจเพราะผมเริ่มรู้ซึ้งถึงหน้าที่ของตัวเองในฐานะพี่ชายบ้างแล้วก็เป็นได้ ^^ ช่วงแรกๆที่รวมกลุ่มกัน เราต่างมัวกังวลกับการเดบิวต์ แต่ตอนนี้เรามีความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น...และเพราะมียุนโฮคอยเป็นผู้นำ ผมจึงสามารถดูแลทุกคนอยู่เบื้องหลังอย่างสบายใจได้ ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนผมว่า การให้ความสำคัญกับพวกเขาคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ "
ประโยคนี้ดูแจจุงจะเชื่อใจยุนโฮมากจริงๆ แล้วก็เห็นได้เลยว่าแจจุงรักสมาชิกทุกคนแค่ไหน
แต่แอบสงสัย"ฮยอง"คนนั้นของแจจุงนี่ใครน้อ
อยากขอบคุณจริงๆค่ะ
แต่ตอนนี้ที่อยากขอบคุณที่สุดก็น้องเงือกนี่ล่ะค่ะที่แปลตรงนี้มาให้ฟัง
ขอบคุณนะคะ
#1 By เบ๊นซ์ on 2009-07-06 19:49